This Is Me… Now: A Love Story (2024): มหากาพย์มิวสิคัล-แฟนตาซีแห่งการเยียวยาใจ และการป่าวประกาศชัยชนะของความรักฉบับเจนนิเฟอร์ โลเปซ
ในปี 2024 วงการภาพยนตร์และเสียงเพลงต้องจารึกโปรเจกต์สุดทะเยอทะยานและแปลกใหม่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลกป็อปคัลเจอร์ใน “This Is Me… Now: A Love Story” หรือชื่อไทย “ดิส อิส มี นาว เรื่องราวความรัก” ภาพยนตร์มิวสิคัล-แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ที่เป็น Amazon Original ผลงานการกำกับของ Dave Meyers (ผู้กำกับมิวสิควิดีโอมือรางวัลระดับโลก) ร่วมกับเจ้าของโปรเจกต์อย่าง Jennifer Lopez ในฐานะนักวิจารณ์ภาพยนตร์อาวุโส ผมขอจำกัดความเรื่องนี้ว่าเป็น “A Cinematic, Genre-Bending, and Unapologetically Glamorous Musical Odyssey” หนังเรื่องนี้ไม่ใช่ภาพยนตร์เล่าเรื่องตามสูตรฮอลลีวูดดั้งเดิม และไม่ใช่สารคดีคอนเสิร์ต ทว่ามันคือภาพยนตร์คอนเซปต์ (Concept Film) ที่หยิบเอาเรื่องราวชีวิตรัก ข่าวฉาวในอดีต และการตามหาเนื้อคู่ของตัวเจโลมาสะท้อนใหม่ผ่านสัญลักษณ์สุดล้ำ ฉากแดนซ์หูดับตับไหม้ และแฟชั่นระดับโอต์กูตูร์ นี่คือ Deep Recommendation สำหรับแฟนเพลงป็อป ผู้ชื่นชอบงานวิชวลเอฟเฟกต์ตระการตา และผู้ที่ติดตามมหากาพย์ความรักในชีวิตจริงของเธอกับเบน แอฟเฟล็ก สไตล์เดียวกับ Lemonade ของ Beyoncé หรือ Moonwalker ของ Michael Jackson
เรื่องย่อฉบับเข้มข้น: จากโรงงานหัวใจที่แตกสลาย สู่การปลดล็อกคำสาปความรักผ่านจักรราศี
เรื่องราวไม่ได้ดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง ทว่าเปิดฉากด้วยภาพจินตนาการแฟนตาซีของ “โรงงานหัวใจ” (The Heart Factory) อันยิ่งใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความรัก แต่แล้วระบบกลับพังทลายลงเมื่อความสัมพันธ์ของหญิงสาวล่มสลาย ตัวภาพยนตร์ตัดสลับมาเล่าชีวิตของ “ศิลปินสาว” (รับบทโดย เจนนิเฟอร์ โลเปซ) ผู้ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการตามหา “รักแท้” เธอก้าวผ่านการแต่งงานหลายครั้ง ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationships) และความผิดหวังซ้ำเล่าท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชน
ความรักอันยุ่งเหยิงของเธอถูกจับตามองและวิเคราะห์อย่างสนุกปากโดย “สภาจักรราศี” (The Zodiac Council) กลุ่มเทพบนฟากฟ้าที่คอยถกเถียงและเอาใจช่วยโชคชะตาของเธอ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อหัวใจบอบช้ำจนถึงขีดสุด ศิลปินสาวตัดสินใจก้าวเข้าสู่กระบวนการบำบัดจิตใจ เรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับเด็กหญิงตัวน้อยในอดีตของตัวเอง เพื่อปลดล็อกปมความกลัวและความโดดเดี่ยว นำพาไปสู่บทสรุปอันงดงามของการรักตัวเอง (Self-Love) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เธอพร้อมจะเปิดรับความรักครั้งใหม่ที่สมบูรณ์แบบในท้ายที่สุด
ทำไม This Is Me… Now (2024) ถึงเป็นงานศิลป์ภาพยนตร์มิวสิคัลที่อลังการและน่าจับตามอง?
- งานวิชวลและการดีไซน์ฉากระดับมาสเตอร์พีซ (Breathtaking Aesthetics): ด้วยฝีมือของผู้กำกับ เดฟ เมเยอร์ส ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นงานเลี้ยงทางสายตาอย่างแท้จริง ฉากการเต้นรำท่ามกลางสายฝนเทียม ฉากโรงงานสตีมพังค์ หรือฉากแต่งงานสไตล์ไซไฟ ถูกออกแบบมาอย่างวิจิตรบรรจง ผสานกับคอสตูมสุดล้ำที่เปลี่ยนทุก 5 นาที ยกระดับให้หนังสวยงามทุกเฟรม
- การเปิดเปลือยบาดแผลในใจและการล้อเลียนตัวเอง (Vulnerability & Satire): สิ่งที่ต้องชื่นชมคือความกล้าหาญของเจนนิเฟอร์ โลเปซ ในการนำเอาชีวิตรักที่เคยถูกสื่อแท็บลอยด์โจมตีเรื่องการแต่งงานบ่อยครั้งมาเล่าอย่างตรงไปตรงมา หนังหยิบเรื่องนี้มาทำเป็นมุกตลกร้ายและฉากเต้นเชิงสัญลักษณ์ที่ทั้งจิกกัดตัวเองและทรงพลังในเวลาเดียวกัน
- รายนามนักแสดงรับเชิญระดับซุปเปอร์สตาร์ (Star-Studded Zodiac Council): ไฮไลท์ที่เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมากคือฉากของสภาจักรราศีที่รวบรวมคนดังแถวหน้ามารับบทบาทเทพเจ้า ไม่ว่าจะเป็น เจน ฟอนดา, โพสต์ มาโลน, กีกี พาลเมอร์, เทรเวอร์ โนอาห์ ไปจนถึง เบน แอฟเฟล็ก ที่แอบมาปรากฏตัวในบทบาทที่คาดไม่ถึง เพิ่มความสนุกสนานและมิติให้กับภาพยนตร์ได้อย่างยอดเยี่ยม
“ดิส อิส มี นาว บอกเราว่า… เราอาจจะใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเดินทางตามล่าหารักแท้จากคนอื่นเพื่อเติมเต็มช่องว่างในใจ ทว่าท้ายที่สุดแล้ว มหากาพย์ความรักที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังที่สุด ไม่ใช่การได้ยืนเคียงคู่กับเจ้าชายในฝัน หากแต่คือการโอบกอดตัวตนที่เคยแตกสลายของตัวเองในอดีต และป่าวประกาศให้โลกรู้อย่างภาคภูมิใจว่า ฉันรักในสิ่งที่ฉันเป็นในตอนนี้”