The Emoji Movie (2017): การผจญภัยสุดป่วนในโลกสมาร์ทโฟนของเหล่าอิโมจิที่คุณไม่เคยเห็น
เตรียมตัวออกเดินทางเข้าสู่โลกที่ซ่อนอยู่ภายในสมาร์ทโฟนของคุณกับ “The Emoji Movie (2017) อิโมจิ แอ๊พติสต์ตะลุยโลก” ภาพยนตร์แอนิเมชันคอมเมดี้สุดสร้างสรรค์จาก Sony Pictures Animation ที่จะพาคุณไปทำความรู้จักกับชีวิตเบื้องหลังของเหล่า “อิโมจิ” (Emoji) ที่เราใช้ส่งข้อความกันอยู่ทุกวัน หนังเรื่องนี้นำเสนอไอเดียที่แปลกใหม่และน่าสนใจ ด้วยการเนรมิตโลกดิจิทัลให้มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยสีสัน
ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้เสียงพากย์โดยดาราชื่อดังมากมาย เช่น T.J. Miller, James Corden, Anna Faris และ Maya Rudolph แม้ว่าหนังจะได้รับคำวิจารณ์ที่หลากหลาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า The Emoji Movie เป็นแอนิเมชันที่ดูสนุก เบาสมอง และเต็มไปด้วยมุกตลกล้อเลียนวัฒนธรรมป๊อปและแอปพลิเคชันต่างๆ ที่เราคุ้นเคย เหมาะสำหรับการรับชมเพื่อความบันเทิงในครอบครัว และให้ข้อคิดเกี่ยวกับการเป็นตัวของตัวเอง
เรื่องย่ออย่างเป็นทางการ (Official Plot)
เรื่องราวเกิดขึ้นในเมือง “เท็กซ์โทโพลิส” (Textopolis) มหานครสุดคึกคักที่ตั้งอยู่ภายในแอปพลิเคชันรับส่งข้อความของสมาร์ทโฟน ที่นี่คือบ้านของเหล่าอิโมจิที่ต่างรอคอยให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนเลือกใช้งาน กฎเหล็กของเมืองนี้คืออิโมจิแต่ละตัวจะมีเพียงสีหน้าและอารมณ์เดียวเท่านั้น แต่ จีน (Gene) (พากย์เสียงโดย T.J. Miller) กลับแตกต่างออกไป เขาเป็นอิโมจิที่เกิดมาพร้อมกับความสามารถในการแสดงออกได้หลากหลายอารมณ์ ความผิดปกตินี้ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดและเสี่ยงที่จะถูกลบออกจากระบบ จีนจึงตัดสินใจออกเดินทางผจญภัยข้ามแอปพลิเคชันต่างๆ ในสมาร์ทโฟน ร่วมกับเพื่อนซี้ ไฮไฟฟ์ (Hi-5) (พากย์เสียงโดย James Corden) และ เจลเบรก (Jailbreak) (พากย์เสียงโดย Anna Faris) อิโมจิแฮ็กเกอร์สาวสุดเท่ เพื่อตามหาโค้ดที่จะช่วยแก้ไขให้เขากลายเป็นอิโมจิปกติ แต่ระหว่างทาง พวกเขาต้องเผชิญกับอันตรายเมื่อสมาร์ทโฟนกำลังจะถูกฟอร์แมตใหม่ จีนและเพื่อนๆ จึงต้องร่วมมือกันเพื่อกอบกู้โลกของพวกเขาเอาไว้
มุมมองจากนักวิจารณ์: ทำไม “อิโมจิ แอ๊พติสต์ตะลุยโลก” ถึงเป็นแอนิเมชันที่ดูเพลิน?
The Emoji Movie (2017) นำเสนอความบันเทิงในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและเข้ากับยุคสมัยดิจิทัล นี่คือจุดเด่นของหนัง:
- ไอเดียที่สร้างสรรค์และโลกทัศน์ที่น่าสนใจ (Creative Concept): การจินตนาการว่าโลกในสมาร์ทโฟนเป็นอย่างไร และการออกแบบแอปพลิเคชันต่างๆ ให้กลายเป็นสถานที่ผจญภัย ถือเป็นไอเดียที่สดใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจ
- มุกตลกล้อเลียนวัฒนธรรมป๊อป (Pop Culture References): หนังเต็มไปด้วยมุกตลกที่ล้อเลียนพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชันยอดฮิตต่างๆ ซึ่งสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีเหล่านี้
- ข้อคิดเรื่องการยอมรับความแตกต่าง (Message of Self-Acceptance): ท้ายที่สุดแล้ว หนังแฝงข้อคิดที่สอนให้เรายอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ไม่จำเป็นต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนคนอื่น ซึ่งเป็นข้อความที่ดีสำหรับผู้ชมทุกวัย